ภัยที่มาเร็วกว่ากฎหมาย
เมื่อระบบการชำระเงินเชื่อมต่อกันด้วย PromptPay ที่ประมวลผลกว่า 80 ล้านรายการต่อวัน และ QR ข้ามพรมแดนที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางการเงินก็เคลื่อนที่ผ่านช่องว่างระหว่างสถาบันและพรมแดนได้เร็วกว่าที่หน่วยงานกำกับดูแลจะตั้งตัวทัน
ปัญหาคือข้อมูลที่จำเป็นในการตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติถูกเก็บแยกไว้ในแต่ละหน่วยงาน ธนาคารเห็นข้อมูลธุรกรรม แต่ไม่เห็นข้อมูลภาษี ก.ล.ต. เห็นคริปโตในตลาด แต่ไม่เห็นธุรกรรมนอกตลาด และไม่มีหน่วยงานใดเห็นภาพรวมของการเคลื่อนย้ายเงินที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด
Data Bureau: การเชื่อมจุดที่ขาดหายไป
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าในการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ “Connect the Dots” ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของ โครงการ Data Bureau ซึ่งมีเป้าหมายแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานภาครัฐ
หัวใจของ Data Bureau คือ Open API ซึ่งเป็นกลไกการเชื่อมต่อข้อมูลดิจิทัลที่ช่วยให้แต่ละหน่วยงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ภายใต้ฐานอำนาจกฎหมายเดิมของตนเอง โดยไม่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือออกกฎหมายใหม่ที่ซับซ้อน ทำให้สามารถเริ่มปฏิบัติงานได้ทันที
เมื่อข้อมูลไหลเวียนได้ อาชญากรรมก็ซ่อนตัวยากขึ้น
หลักคิดเบื้องหลัง Data Bureau คือ “ตาบอดคลำช้าง” ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีใช้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบบการเงินมีข้อมูลของแบงก์ มีข้อมูลคริปโตที่ ก.ล.ต. ดูแล แต่ข้อมูลนอกตลาดและทองคำยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับ
เมื่อข้อมูลจากทุกหน่วยงานเชื่อมโยงกันผ่าน Open API นักวิเคราะห์สามารถเห็น เส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกันระหว่างบัญชีธนาคาร กระเป๋าคริปโต และธุรกรรมทองคำ ซึ่งเป็นเส้นทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้ในการฟอกเงิน
การยกระดับมาตรฐาน KYC/CDD สู่ระดับสากล
อีกองค์ประกอบสำคัญคือการยกระดับมาตรฐาน การยืนยันตัวตนและการตรวจสอบลูกค้า (KYC, CDD และ EDD) ทั้งฝั่งธนาคาร หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันแบบระดับสากล เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการเงินและพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่าการปรับมาตรฐาน KYC, CDD และ EDD ให้สอดคล้องกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานและการประสานงานระหว่างองค์กรแนวทางนี้สอดคล้องกับมาตรฐาน Financial Action Task Force (FATF) ที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตาม เพื่อยกระดับการติดตามข้อมูลทางการเงินเทียบเท่าประเทศศูนย์กลางทางการเงินอย่างสิงคโปร์และอังกฤษ
Open Banking ในฐานะเครื่องมือความมั่นคง
มุมมองที่นำเสนอในบทความนี้แตกต่างจากภาพจำทั่วไปของ Open Banking ที่มักถูกพูดถึงในแง่ของนวัตกรรมบริการทางการเงิน แต่ในบริบทของประเทศไทย ข้อมูลที่ไหลเวียนอย่างมีธรรมาภิบาลยังเป็น เครื่องมือความมั่นคงของชาติ ในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ช่องว่างของข้อมูลเป็นเกราะกำบัง
การที่ ธปท. กำหนดให้การแบ่งปันข้อมูลต้องเป็นไปตามมาตรฐานกลางและปลอดภัย พร้อมทั้งมีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าการเปิดข้อมูลไม่ได้หมายถึงการเปิดช่องโหว่ แต่เป็นการปิดช่องว่างที่อาชญากรใช้ประโยชน์

