4 ร่างกฎหมายตลาดทุนไทยผ่านสภาฯ: ยกเครื่องคุ้มครองนักลงทุนรับเศรษฐกิจดิจิทัล

4 ร่างกฎหมายตลาดทุนไทยผ่านสภาฯ: ยกเครื่องคุ้มครองนักลงทุนรับเศรษฐกิจดิจิทัล

จุดเปลี่ยนทางกฎหมายที่มากกว่าการแก้รายมาตรา

การที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของระบบกำกับดูแลตลาดทุนไทย เพราะเป็นการแก้กฎหมายหลักหลายฉบับพร้อมกัน ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 การทำกฎหมายหลายฉบับพร้อมกันสะท้อนว่าปัญหาของตลาดทุนปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่เป็นปัญหาความไม่สอดคล้องของกรอบกฎหมายทั้งระบบกับ teknologi และรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

หกเสาหลักของร่างกฎหมายทั้งสี่ฉบับ

สาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้งสี่ฉบับครอบคลุมหกเรื่อง ได้แก่ การส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ การระดมทุนผ่านตลาดทุน การปรับปรุงมาตรการลงโทษ และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีเป้าหมาย overarching คือทำให้ตลาดทุนไทยน่าเชื่อถือ เข้าถึงได้ และสามารถคุ้มครองผู้ลงทุนได้ทันต่อความเสี่ยงใหม่ ๆ

ตลาดทุนดิจิทัลและผู้ให้บริการระบบสำคัญ

หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุนให้ครบถ้วน และการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (critical system providers) การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าตลาดทุนไทยพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและผู้ให้บริการภายนอกมากขึ้น หากผู้ให้บริการระบบเหล่านี้เกิดความล้มเหลวหรือถูกโจมตีทางไซเบอร์ ผลกระทบอาจลุกลามถึงผู้ลงทุนและเสถียรภาพของตลาดทั้งระบบ การกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนเชิงระบบ

การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการลงโทษ

ร่างกฎหมายยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการปรับปรุงมาตรการลงโทษ ซึ่งเป็นหัวใจของการคุ้มครองผู้ลงทุน เพราะกฎหมายคุ้มครองที่ดีจะไร้ความหมายหากการบังคับใช้ล่าช้าหรือมีช่องโหว่ให้ผู้กระทำผิดหลีกเลี่ยงได้ การปรับปรุงมาตรการลงโทษให้สอดคล้องกับความเสียหายที่แท้จริงจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามกฎ และลดโอกาสที่ผู้ลงทุนรายย่อยจะต้องแบกรับความเสียหายจากผู้ที่ได้เปรียบข้อมูล

สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาในชั้นกรรมาธิการ

หลังการรับหลักการ สภาฯ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณารายละเอียด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การรับหลักการ เพราะรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการจะเป็นตัวกำหนดว่ามาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนจะเข้มแข็งเพียงใด เช่น ขอบเขตอำนาจของ ก.ล.ต. ในการเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมดิจิทัล มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลของผู้ให้บริการระบบ และความสอดคล้องของโทษทางแพ่งกับโทษทางอาญา

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่าร่างกฎหมายทั้งสี่ฉบับเป็นส่วนสำคัญของการปรับปรุงกรอบกฎหมายและกลไกกำกับดูแลตลาดทุนไทยให้สอดคล้องกับ teknologi การประกอบธุรกิจ และบริบทตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งให้กฎเกณฑ์มีความเหมาะสม รองรับการพัฒนาตลาดทุนในระยะต่อไป ควบคู่กับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ การคุ้มครองผู้ลงทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย รายละเอียดการรับหลักการและสาระสำคัญของร่างกฎหมายเผยแพร่ในรายงานข่าว Bangkok Biz News เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ลิงก์ https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1253298

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *