“Two Journeys. One Ecosystem.” เมื่อไทยไม่ใช่แค่ตลาด แต่เป็น Launchpad
แนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของ TSP Scale X Landing Program คือการมองว่าการขยายตลาดระหว่างประเทศไม่ใช่การเดินทางทางเดียว แต่เป็น การเดินทางสองทางที่ใช้ระบบนิเวศเดียวกัน โครงการนี้เปิดตัวโดย Thailand Science Park (TSP) ภายใต้การบริหารของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026
สองเส้นทาง หนึ่งระบบนิเวศ
สำหรับสตาร์ตอัปต่างชาติ TSP Scale X Landing ใช้กรอบ Land • Localize • Commercialize ตั้งแต่การเข้าสู่ตลาด การจัดตั้งบริษัท การจับคู่ธุรกิจ การทดสอบนำร่อง การปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับท้องถิ่น ไปจนถึงการสร้างโอกาส commercialization ในไทยและ ASEAN
สำหรับสตาร์ตอัปไทย โครงการนี้ทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อม กับเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก รวมถึงโครงการ soft-landing ในต่างประเทศ การจับคู่ธุรกิจข้ามพรมแดน และการเข้าถึงตลาดใหม่ผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศของ TSP
จุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบ: โครงสร้างพื้นฐานการวิจัยระดับชาติ
สิ่งที่ทำให้ TSP Scale X Landing แตกต่างจากโครงการอื่นคือการเข้าถึง โครงสร้างพื้นฐานการวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ ผ่านแพลตฟอร์มเดียว สตาร์ตอัปที่เข้าร่วมจะได้เข้าถึง:
- นักวิจัยจาก 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติ ของ สวทช.
- ห้องแล็บขั้นสูง บริการทดสอบและมาตรฐาน
- Pilot Facilities
- ชุมชน 120+ บริษัทเทคโนโลยี ภายใน Thailand Science Park
ตัวเลขที่บอกขนาดของระบบนิเวศ
Thailand Science Park ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 เป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมแบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปัจจุบันมี:
- 125 บริษัท โดย 1 ใน 3 เป็นบริษัทต่างชาติ
- นักวิจัยมากกว่า 3,000 คน ที่สนับสนุนกิจกรรม R&D
- นักวิจัยกว่า 1,000 คน จากบริษัทในพื้นที่
เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย
TSP Scale X Landing เป็นโปรแกรม 2 ปี โดยจะคัดเลือกสตาร์ตอัปเพียง 16 ราย สำหรับรุ่นปี 2026 กลุ่มเป้าหมายคือสตาร์ตอัปที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมขายและมีรายได้ในประเทศแล้ว โดยให้ความสำคัญกับสตาร์ตอัปที่ขยายตลาดต่างประเทศแล้ว หรือกำลังมองหาการขยายสู่ไทยและ ASEAN
ทำไมต้องไทย? ทำไมต้อง TSP?
Dr. Chularat Tanprasert รองประธานบริหาร สวทช. และผู้อำนวยการ Thailand Science Park กล่าวว่า “ความท้าทายของสตาร์ตอัปไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการเข้าถึงลูกค้า ตลาด พันธมิตรอุตสาหกรรม และโอกาสระดมทุนที่เหมาะสม ไม่มีสตาร์ตอัปใดเติบโตได้ลำพัง โดยเฉพาะเมื่อขยายสู่ตลาดใหม่”
TSP จึงทำหน้าที่เป็น Ecosystem Orchestrator ที่เชื่อมโยงความสามารถของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยสตาร์ตอัปลดความเสี่ยง ลดเวลาสู่ตลาด และเร่งโอกาส commercialization

