โลกที่ปั่นป่วนคือเพื่อนแท้ของทองคำ
ปี 2569 ผ่านไปกว่าครึ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลให้จีนเข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ไปจนถึงนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดเงินทั่วโลก
ธนาคารโลก (World Bank) ระบุในรายงานล่าสุดว่า ความเสี่ยงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงเอียงไปทางขาขึ้น โดยเฉพาะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมา และความผันผวนของตลาดการเงิน
กลไกที่ทำให้ความขัดแย้งผลักดันราคาทองคำ
Safe Haven Demand
ในยามที่ตลาดหุ้นผันผวนหรือความขัดแย้งทางทหารปะทุ นักลงทุนสถาบันทั่วโลกจะย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำคือปลายทางอันดับต้นๆ
นโยบายการเงินของ Fed ที่ถูกบิดเบือน
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เส้นทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซับซ้อนขึ้น ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ยังคงคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม 2569 หลังจากประธาน Fed แสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังไม่ยอมปรับตัวลง
เงินดอลลาร์และความเชื่อมั่น
รายงานจากเว็บไซต์จีนเปิดเผยว่าความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ทำให้เงินดอลลาร์สูญเสียสถานะในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และทองคำกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก
ผลกระทบต่อราคาทองคำในประเทศไทย
ราคาทองคำในประเทศไทยได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ข้อมูลจาก InterGold ระบุว่าทองคำเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค หลังสามารถเบรกทะลุเส้นแนวโน้มขาลงได้สำเร็จ บริษัทหลักทรัพย์ YLG ประเมินกรอบราคาทองคำโลกในช่วงสิ้นปี 2569 ไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาทองคำในประเทศอาจแตะ 77,000 บาทต่อบาททองคำ
มุมมองที่นักลงทุนควรเข้าใจ
ความผันผวนของราคาทองคำในปี 2569 ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากสมการที่ซับซ้อนของความขัดแย้งทางทหาร นโยบายการเงิน และการเมืองระหว่างประเทศ การเข้าใจสมการนี้จะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

