ปัญหาเชิงโครงสร้างที่รอการแก้ไข
แม้ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 แต่ปัญหาทางโครงสร้างที่สำคัญยังคงอยู่ นั่นคือเพดานการถือหุ้นของชาวต่างชาติ (Foreign Limit) ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติหลายรายมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในหุ้นไทยบางกลุ่ม
ข้อจำกัดนี้กำหนดให้ชาวต่างชาติไม่สามารถถือหุ้นในบริษัทไทยบางแห่งเกิน 25% หรือ 49% ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย
ความพยายามในการปลดล็อก
ตลท. ได้แสดงความชัดเจนในการผลักดันการแก้ไขปัญหานี้ โดยนายอัสสเดชเปิดเผยว่าได้หารือกับนักลงทุนต่างชาติและมีแผนที่จะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อบริหารจัดการความสมดุลระหว่างความต้องการของนักลงทุนและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
แนวทางหนึ่งที่ตลท. พิจารณาคือการเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้โดยไม่จำกัด แต่ผู้ถือหุ้นไทยยังคงมีอำนาจควบคุม ผ่านกลไกเช่นหุ้นบุริมสิทธิและโครงสร้าง Dual Class Shares ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องนอมินีและปัญหาทุนสีเทา
บทบาทของ NVDR ในฐานะทางออกชั่วคราว
สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ประสบปัญหาข้อจำกัดนี้ NVDR ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถลงทุนในหุ้นไทยได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเพดานการถือครอง อย่างไรก็ตาม NVDR ไม่ได้ให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้ถือ ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของบริษัทจึงยังคงต้องการทางเลือกอื่น
มุมมองจากนักลงทุนระดับโลก
นักลงทุนสถาบันต่างชาติหลายรายให้ความเห็นว่า แม้เพดานการถือหุ้นจะเป็นข้อจำกัด แต่ปัจจัยด้านพื้นฐานของบริษัทและผลประกอบการยังคงมีความสำคัญมากกว่าตัวเลขเพดานการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว
ทิศทางในอนาคต
การหารือระหว่างตลท. และธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นตัวชี้ขาดว่าไทยจะสามารถปรับปรุงโครงสร้างการถือหุ้นให้ยืดหยุ่นขึ้นได้หรือไม่ หากประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการดึงดูดทุนจากนักลงทุนสถาบันระดับโลก และจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเวทีสากล
ข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางของตลท. ในการแก้ไขข้อจำกัด Foreign Limit เผยแพร่ผ่าน ThaiPublica และ InfoQuest ซึ่งรายงานเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และ 26 สิงหาคม 2569 ตามลำดับ

