ยุคที่ CFO ต้องเก่งกว่าเทรดเดอร์
ปี 2569 กลายเป็นปีที่บทบาทของ Chief Financial Officer (CFO) ในองค์กรธุรกิจไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและการวางแผนงบประมาณ มาสู่การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจ
ภาพรวมนโยบายการเงินที่ยังคงผ่อนคลาย
จากรายงานของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่าในปี 2569 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.8-32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างรวดเร็วกว่าไทย และคาดว่าจะอ่อนค่าลงไปสู่ 32.7 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2569 จากภาพเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอกว่าสหรัฐฯ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยต่อเนื่องสู่ระดับ 0.75%
ความผันผวนที่ CFO ต้องรับมือ
จากข้อมูลของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่าในปี 2569 อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนที่ 7-8% ซึ่งสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา และเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับ CFO โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในบางช่วงเวลา ความผันผวนระดับนี้ทำให้การวางแผนล่วงหน้าและการตั้งราคาสินค้าทำได้ยากขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่มีต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูง
ข้อมูลเงินทุนสำรองที่สร้างความมั่นใจ
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 287,464.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศคิดเป็น 245,587.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสามารถของ ธปท. ในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
กลยุทธ์ที่ CFO ต้องปรับใช้
จากข้อมูลของกรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ สิ่งที่ CFO ควรให้ความสำคัญในปี 2569 ได้แก่ การเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับ 70-80% การกระจายสกุลเงินในการทำธุรกรรมเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน และการติดตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางค่าเงินบาท

