กลุ่มพลังงานเป็นผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุดของตลาดตราสารหนี้ไทยมาหลายปี ในปี 2569 ความน่าสนใจของหุ้นกู้กลุ่มนี้ยังมีอยู่ แต่โครงสร้างธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทำให้การวิเคราะห์ต้องละเอียดขึ้น
โครงสร้างหุ้นกู้กลุ่มพลังงานไทย
หุ้นกู้กลุ่มพลังงานไทยครอบคลุมผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจไฟฟ้าสาธารณูปโภค โดยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้เอกชนทั้งหมด
โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และพลังงานหมุนเวียน
โรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติยังเป็นผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมก็ระดมทุนผ่านหุ้นกู้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการพลังงานหมุนเวียนมีค่าใช้จ่ายลงทุนสูงแต่ได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวรองรับ
แรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทยฉบับใหม่ เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในระบบไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ทั้งสายส่ง สมาร์ทกริด และโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด
แผน PDP และนโยบาย Net Zero
รัฐบาลไทยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทพลังงานต้องออกหุ้นกู้เพื่อขยายการลงทุน ข้อมูลจาก ThaiBMA ระบุว่ามูลค่าหุ้นกู้กลุ่มพลังงานคงค้าง ณ ต้นปี 2569 ยังคงขยายตัวตามเม็ดลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaibma.or.th
จุดเสี่ยงที่นักลงทุนต้องประเมิน
แม้กลุ่มพลังงานมีรายได้ค่อนข้างแน่นอนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่ก็มีความเสี่ยงจากภาระหนี้สินที่สูง และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีที่อาจทำให้โรงไฟฟ้าเดิมแข่งขันได้ยากขึ้น
ภาระหนี้สินและความเสี่ยงจากเทคโนโลยี
บริษัทพลังงานบางแห่งมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนค่อนข้างสูง นักลงทุนจึงควรตรวจสอบความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและกำหนดชำระคืนเงินต้น รวมถึงความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับเครดิตหากต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนผ่านพลังงานสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้กับผู้ออกหุ้นกู้กลุ่มนี้ นักลงทุนที่เข้าใจโครงสร้างรายได้และภาระหนี้ของแต่ละบริษัทจะสามารถเลือกหุ้นกู้กลุ่มพลังงานที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยงได้ดีขึ้น

